ต่อมา ปี 2554 มีหน่วยงานต่างๆ ร่วมเป็นภาคีจัดกิจกรรมเกือบ 30 องค์กร มีวัดเข้าร่วมโครงการ 1,630 วัด โดยส่วนกลางจัดกิจกรรมที่สนามหลวง มีประชาชนเข้าร่วมเกือบ 100,000 คน และมีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมในวัดต่างๆ ทั่วประเทศอีกเป็นจำนวนมาก
๒. ร่วมสร้างจิตสำนึก ทัศนคติและให้ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์และอานิสงส์ของการสวดมนต์ และส่งเสริมให้ ประชาชนสวดมนต์เป็นกิจวัตร หรือทุกครั้งที่มีโอกาส
๓. เป็นทางเลือกที่ดีในการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ในคืนวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ แทนการสังสรรค์ เคาท์ดาวน์ ดื่มเหล้า เหมือนที่นิยมทำกันมา และให้เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญในการสร้างความรักความสามัคคี ให้เกิดขึ้นในหมู่คนไทย
สำหรับกิจกรรมหลักอย่างการสวดมนต์ ปีนี้ ได้กราบนิมนต์พระพรหมวชิรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดยานนาวา, พระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาส วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และคุณแม่ชี ศันสนีย์ เสถียรสุต เสถียรธรรมสถาน มานำประชาชนสวดมนต์ข้ามปีด้วย ภายในงานยังมีการอัญเชิญพระพุทธรูปแกะสลักจากไม้ตะเคียนทอง วัดป่าเขาล้อม และพระพุทธชยันตีองค์ดำ นาลันทา มาให้ประชาชนได้กราบสักการะ เพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ ยังมีการออกร้านขององค์กรภาคีเครือข่าย และภาคเอกชนกว่า 60 องค์กรรอบสนามหลวง ทั้งนี้ คาดว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200,000 คน ซึ่งจะถือได้ว่าเป็นสวดมนต์พร้อม กันจำนวนมากและยาวนานมากที่สุดในโลก